MacServe BI (Business Intelligence)

MacServe BI (Business Intelligence)


     เป็นการนำข้อมูลจากโปรแกรมบัญชี MAC-5 มานำเสนอข้อมูลด้านการเงินในรูปแบบวิเคราะห์เจาะลึกได้หลากหลายมุมมองอย่างเหมาะสม สะดวก ถูกต้อง รวดเร็ว และตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผนและการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเจริญเติบโตขององค์กร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งประกอบด้วย 3 ระบบ ดังนี้


     แสดงข้อมูลการขาย ต้นทุน การปรับหนี้ และกำไรขั้นต้น โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ถึงระดับรายการสินค้า ซึ่งจะอ่านข้อมูลตามช่วงเวลาที่กำหนดตามประเภทใบสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ใบแจ้งหนี้ขาย ใบส่งของขาย ใบขายสด ใบลดหนี้ขาย ใบเพิ่มหนี้ขาย และแสดงผลด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่สำหรับสกุลเงินต่างประเทศ


     แสดงข้อมูลการประมาณการจากข้อมูลปัจจุบันทั้งหมดตามกำหนดเวลาที่กำหนดหรือโดยประมาณการ ที่จะเกิดการรับ/จ่ายในอนาคต ซึ่งจะเป็นการอ่านข้อมูลจากระบบลูกหนี้ ระบบเจ้าหนี้ ทะเบียนเช็ครับ และทะเบียนเช็คจ่ายเป็นหลัก สำหรับข้อมูลประมาณการทางบัญชีอื่น ๆ จะต้องบันทึกโดยตรงในการกำหนดค่าการใช้งานโดยตรงใน MacServe เพื่อนำมาคำนวณรวมในการประมาณการยอดเงินคงเหลือในอนาคตว่าจะมีเพียงพอต่อการบริหารงานองค์กรหรือไม่ และเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการตัดสินใจในการวางแผนดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งโปรแกรมจะแสดงผลด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่สำหรับสกุลเงินต่างประเทศ


     แสดงข้อมูลการวิเคราะห์การแจ้งหนี้ ทั้งกรณีการบันทึกใบแจ้งหนี้ขาย และใบวางบิลขายที่ Load ข้อมูลจากใบส่งของ รวมถึงสามารถนำข้อมูลเช็ครับมาคำนวณตามช่วงเวลา หรือยอดตัดหนี้หลังสุดได้ เพื่อวิเคราะห์ถึงกำหนดและยอดเงินที่จะได้รับ ทั้งยอดเกินกำหนดและจะครบกำหนด โดยสามารถกำหนดช่วงอายุลูกหนี้ที่ต้องการแสดงผลได้และแสดงผลด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่สำหรับสกุลเงินต่างประเทศ

 

ความสามารถและคุณสมบัติ

  1. ช่วยสนับสนุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำข้อมูลไปช่วยในการตัดสินใจในการวางแผนและการบริหารจัดการองค์กร ผู้ใช้สามารถถาม-ตอบคำถามด้านการเงินได้หลายมุมมองเพียงในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็ว
  2. ช่วยให้มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัยและทันท่วงที
  3. ช่วยให้มองเห็นแนวโน้มและคาดหมายข้อมูลด้านการขาย การเงิน และหนี้คงค้าง เพื่อวิเคราะห์ผลต่างๆ ในอนาคตด้วยการให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันอย่างถูกต้องและแม่นยำ
  4. ช่วยตอบคำถามที่จำเป็นต่อการวางแผนขององค์กรได้อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการทราบยอดรายได้ประจำเดือนจำแนกตามชนิดสินค้าหรือตามเขตที่วางขาย สาขาไหนที่ขายได้มากที่สุด ลูกค้าที่สำคัญที่สุดของบริษัทคือใคร เป็นคนกลุ่มไหน เป็นต้น
  5. ช่วยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล ทำให้มองเห็นข้อมูลในหลายมุมมอง และเจาะลึกในรายละเอียดได้โดยทันที
  6. ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ ประหยัดเวลาในการโต้ตอบปัญหา
  7. นำข้อมูลที่มีอยู่เดิม MAC-5 (SQL) มาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจให้มากที่สุด
  8. ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่น ในการดูข้อมูลได้หลากหลายมากขึ้น
  9. เพื่อนำเสนอสรุปผลการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดตามความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ ที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี
  10. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านฐานข้อมูลโดยเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ
  11. สามารถลากและวางเพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองของรายงานได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องประมวลผลใหม่
  12. สามารถสรุปรวมตัวเลขตามมุมมองที่กำหนดโดยอัตโนมัติ และเจาะลึกข้อมูล (Drill-down) ไปยังรายละเอียดข้อมูลตามที่แสดงผลได้
  13. สามารถบันทึกจัดเก็บรูปแบบการแสดงผลข้อมูลเพื่อเรียกกลับมาใช้ในภายหลังได้
  14. สามารถเลือกจัดเรียงข้อมูลในลักษณะต่างๆ เพื่อให้แสดงผลข้อมูลตามต้องการได้
  15. สามารถจัดระดับความลึกของข้อมูล และสั่งยุบ ขยาย เพื่อให้แสดงข้อมูลในแต่ละระดับได้ตามต้องการ
  16. สามารถกรองเพื่อแสดงผลเฉพาะข้อมูลเพียงบางส่วนที่สนใจจากข้อมูลที่ประมวลผลทั้งหมดมาวิเคราะห์ได้
  17. สามารถจัดอันดับ ทั้งแบบจากมากไปหาน้อย หรือจากน้อยไปหามากได้ตามต้องการ เช่น แสดงพนักงานที่มียอดขายสูงสุด 10 อันดับแรก เป็นต้น
  18. อ่านข้อมูลโดยตรงจากบริษัททำการ MAC-5 (SQL) โดยคำนวณข้อมูลแบบ Real-time
  19. สามารถกำหนดบริษัททำการ MAC-5 (SQL) ที่ต้องการใช้งาน และกำหนดค่าเฉพาะของแต่ละบริษัททำการได้ โดยแยกเป็นอิสระจากกัน
  20. สามารถเรียกรายงานวิเคราะห์จากบริษัททำการ MAC-5 (SQL) ที่มีอยู่ได้ทันที
  21. สามารถแสดงผลข้อมูลเปรียบเทียบ ทั้งยอดเงินและอัตราส่วน เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ทุกมุมมอง
  22. สามารถ Export ส่วนต่างๆ ของรายงานออกไปได้ในหลายรูปแบบ [Excel, html, PDF เป็นต้น]
  23. สามารถสร้างกราฟ (Chart) ได้หลากหลายรูปแบบ แสดงผลตามข้อมูลที่เลือกโดยทันที (Dynamic) และสามารถบันทึกจัดเก็บรูปแบบข้อกำหนดการแสดงผลดังกล่าว เพื่อเรียกกลับมาใช้ใหม่ในภายหลังได้
  24. สามารถ Print Data จากส่วนต่างๆ ของแต่ละรายงานได้
  25. สามารถกำหนดคุณสมบัติการแสดงสีของข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น ยอดขายที่ต่ำกว่า 10,000 บาท ให้แสดงเป็นสีแดง เป็นต้น


ประโยชน์

  1. แสดงยอดขายของแต่ละสินค้าหรือกลุ่มทำให้ทราบว่าช่วงเวลาไหน สินค้าไหน ขายดีไม่ดี เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการทำการตลาด
  2. วิเคราะห์สินค้าที่ทำกำไรสูงสุด/ต่ำสุด เพื่อการวางแผนงานด้านการตลาด และการผลิต
  3. แสดงยอดขายสินค้าของแต่ละพนักงาน เพื่อพิจารณาและพัฒนาทักษะการขายให้กับพนักงาน
  4. แสดงยอดขายสินค้าในแต่ละระยะเวลา เพื่อทำให้ทราบว่าควรทำตลาดและจัดโปรโมชั่นให้เหมาะสมกับช่วงระยะเวลานั้นๆ
  5. แสดงยอดขายสินค้าในแต่ละเขตการขาย เพื่อทำให้ทราบว่าควรทำตลาดหรือลงทุนกับเขตการขายใด
  6. แสดงยอดขายสินค้าในแต่ละกลุ่มลูกค้า เพื่อทำให้ทราบว่าควรทำตลาดหรือลงทุนกับลูกค้ากลุ่มใด
  7. แสดงกำไรและต้นทุนของสินค้าที่ขายในแต่ละกลุ่มมีแนวโน้มผันแปรไปในทิศทางใด เพื่อที่จะทราบถึงแนวโน้มของต้นทุนและกำไรที่ได้รับว่าเหมาะสมหรือไม่ ควรปรับราคาขึ้นลงเพียงใด เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด การแข่งขัน และต้นทุนของบริษัท
  8. ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคาดหมายและวิเคราะห์ผลต่างๆ ในอนาคตด้วยการให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันอย่างถูกต้องและแม่นยำ
  9. วิเคราะห์ให้ทราบว่าช่วงเวลาใดที่บริษัทจะมีศักยภาพในการชำระคืนเงินกู้ และเป็นจำนวนเงินเท่าไร
  10. วิเคราะห์ให้ทราบว่าในแต่ละช่วงเวลาบริษัทจะมีผลต่างๆ จากประมาณการรับ-จ่าย เป็นจำนวนเงินเท่าไร
  11. วิเคราะห์ให้ทราบถึงแนวโน้มที่บริษัทจะต้องดำเนินการจัดหาแหล่งเงิน เพื่อมาหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
  12. แสดงยอดการวิเคราะห์หนี้คงค้าง การรับชำระ และการปรับหนี้ โดยแบ่งระหว่างเกินกำหนดและยังไม่ถึงกำหนด ตามอายุหนี้ของแต่ละลูกค้า หรือกลุ่มลูกค้า ซึ่งใช้สำหรับพิจารณาเพื่ออนุมัติวงเงินได้อย่างถูกต้อง และเพื่อช่วยในการบริหารและติดตามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  13. แสดงยอดเช็คคงค้างที่ยังไม่ขึ้นเงิน โดยสามารถพิจารณาตามระยะเวลาวันที่ขึ้นเงิน ลูกค้า กลุ่มลูกค้า หรือพนักงานขายได้ ซึ่งช่วยให้ทราบว่าเช็คใดบ้างที่ยังไม่ขึ้นเงินตามกำหนดเกินกำหนดมากี่วันแล้ว หรือเช็คใดบ้างที่จะถึงกำหนดขึ้นเงินภายในกี่วัน เพื่อที่จะได้ดำเนินการติดตามให้สามารถขึ้นเงินได้ตรงตามกำหนดหรือทราบว่าจะมีเช็คใดบ้างที่จะถึงกำหนดภายในกี่วัน
  14. แสดงยอดยอดเช็คตามวันที่ครบกำหนดของลูกหนี้/กลุ่มลูกหนี้ เพื่อตรวจสอบว่ามีเช็คใดบ้างที่จะถึงกำหนดภายในขึ้นเงิน เกินกำหนด หรือใกล้กำหนดขึ้นเงินแล้ว ซึ่งจะได้ดำเนินการติดตามเช็คที่มีปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไม่สามารถขึ้นเงินได้ตามกำหนด
  15. แสดงยอดขายของสินค้า ในแต่ละกลุ่ม เขตการขาย หรือในแต่ละระยะเวลา ช่วยให้ทราบถึงแนวโน้มการเติบโตของแต่ละสินค้าในแง่มุมต่างๆ ทั้งราคา ต้นทุน หรือกำไรขั้นต้น เพื่อที่จะได้ดำเนินการจัดเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และเพื่อส่งเสริมหรือปรับเปลี่ยนการทำการตลาดของแต่ละสินค้าให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
  16. แสดงยอดขายของลูกค้า ในแต่ละกลุ่ม เขตการขาย หรือในแต่ละระยะเวลา ซึ่งสามารถเลือกอันดับได้ตามที่ต้องการ เช่น กลุ่มลูกค้าที่มียอดขาย 10 อันดับสูงสุดในไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบถึงลูกค้าคนสำคัญของกิจการ และพัฒนาแนวทางการตลาดเพื่อรักษาลูกค้าที่สำคัญไว้ตามกระบวนการ CRM ได้ต่อไป
  17. ประมาณการเงินสดที่จะได้รับและเงินสดจ่ายในอนาคต ช่วยในการวางแผนการเงิน เพื่อไม่ให้กิจการขาดเงินทุนหมุนเวียนและเกิดการหยุดชะงักในการดำเนินงาน ซึ่งจะประมาณการให้ทราบว่ามีเงินสดส่วนเกินหรือส่วนขาดเพียงใด ถ้ามีเงินสดส่วนเกินก็สามารถวางแผนในการลงทุนเพิ่มเติมได้ และหากคาดว่ามีเงินส่วนขาด ก็สามารถวางแผนรองรับในการจัดหาแหล่งเงินทุนได้อย่างทันท่วงที
  18. รายงานถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลและจัดทำกราฟในรูปแบบต่างๆ ได้โดยง่าย ตรงตามความต้องการ ช่วยให้สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์เพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารงานได้ทันที รวมทั้งลดเวลาและความผิดพลาดในการนำเสนอข้อมูลด้วย
  19. แสดงยอดขาย ยอดปรับหนี้ ต้นทุน และกำไรขั้นต้น ทั้งยอดเงิน อัตราส่วน ผลต่าง และการเปรียบเทียบ ของพนักงานขายในแต่ละระยะเวลา ในแต่ละลูกค้า/กลุ่มลูกค้า หรือในแต่ละเขตการขาย เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการทำงานได้ทันที
25 กพ. 2554| 0| 889| MacServe, BI, Business Intelligence